รีวิว Galaxy A8 2018 /A8+2018 สมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ ถ่ายสวยทุกช็อต แม้ในที่แสงน้อย

เริ่มปี 2561 ซัมซุงก็ส่งรุ่นใหม่ในตระกูล Galaxy A ที่เน้นตลาดกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ก็สรุปแล้วว่ารุ่นที่เอามาขายในปีนี้จะมีด้วยกัน 2 รุ่นคือ Galaxy A8 2018 และ Galaxy A8 Plus 2018  เท่านั้น ส่วน A7 และ A5 2018 นั้นก็จะไม่มีแล้ว เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าการเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชั่น 2017 มาเป็น 2018 จะมีอะไรเด็ด ๆ โดนๆ บ้างไปดูกันเลย

Samsung Galaxy A8 2018 / Galaxy A8 plus 2018

อย่างที่ทราบกันดีว่าทั้งสองรุ่นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 12 มกราคม 2018 ที่จะถึงนี้แล้วด้วย ซึ่งวันนี้เราก็มีรีวิวเรียกน้ำย่อยมาให้ได้ชมกันพอหอมปากหอมคอก่อนจะเจอตัวจริงกันในวันที่ 12 ม.ค.นี้ สำหรับใครที่อยากจะเปลี่ยนเครื่องใหม่อยู่ละก็ ถือซะว่ารีวิวนี้มาเพื่อปลุกความเป็นนักช็อปในตัวคุณนั่นเอง ฮ่าาาาาาาาาาา 😝😝😝

Samsung Galaxy A8

เริ่มแรกหลังจากที่ได้จับตัวเครื่องจริง ต้องบอกเลยว่า ฟีลลิ่งในการจับถือมันดีมากนะคุณขาาาาา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่สวยงาม ความเรียบหรู ที่ตีคู่ความพรีเมี่ยมของรุ่นพี่อย่าง S8 ให้ความรู้สึกเลอค่ามากขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง A5 2017 และ A7 2017 เป็นอย่างมาก คือเค้าทำออกมาให้ดูแพงกว่าราคาค่าตัวเลยก็ว่าได้

ในส่วนของขนาดตัวเครื่อง A8 มาพร้อมจอ Super AMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) สามารถใช้งานมือเดียวและจับถือได้พอดีมือเลย และถ้าเป็น A8+ มาพร้อมจอ Super AMOLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) ส่วนตัวรู้สึกว่าอาจจะยาวไปสักหน่อยสำหรับการใช้งานมือเดียวแอบมีความลำบากนิดนึงแต่ก็โอเค (มือเล็กๆ )

ในส่วนของขนาดหน้าจอ ทั้งสองรุ่นนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอตามสมัยนิยมอย่างหน้าจอ Infinity display ไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม เพิ่มมุมมองการมองเห็นด้วยสัดส่วน 18.5:9 จอกว้างขึ้น พร้อมความละเอียด FHD+ ทำให้การชมภาพยนตร์ที่เต็มอิ่มมากขึ้น  ขอบจอถูกปรับให้มีความโค้งมนมองเผินๆ ก็แทบจะแยกไม่ออกกันเลยทีเดียวว่าซีรี่ยย์ A หรือซีรี่ย์ S กันแน่ แต่ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นชัดเจนว่าขอบจอทั้งบน-ล่างมีความหนากว่ารุ่นพี่อย่าง S8 และ Note 8 อยู่ไม่น้อย และอีกส่วนที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากก็คือ กล้องหน้าคู่ ซึ่งเป็นไฮไลท์เด็ดของรุ่นนี้ซึ่งเราจะใส่รายละเอียดในหัวข้องของกล้องไวให้ด้านล่างนะคะ

ถัดมาในส่วนของด้านข้างของตัวเครื่องทั้งสองฝั่งนั้นก็จะเป็นปุ่มสำหรับการใช้งาน ฝั่งซ้ายจะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง และส่วนฝั่งขวาจะเป็น ลำโพง และปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่องค่ะ พลิกมาดูที่ด้านหลังตัวเครื่องกันบ้าง ในส่วนนี้ก็มีการย้ายตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจากด้านหน้ามาอยู่ด้านหลังถัดลงมาจากกล้อง หลายคนอาจจะคิดว่าการใช้งานน่าจะมีปัญหาเหมือนอย่างใน S8 แน่ๆ แต่ขอบอกว่าจากที่ลองใช้งานการสแกนลายนิ้วมือดูแล้วใช้สะดวกตำแหน่งพอดีไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ส่วนวัสดุในการผลิตนั้น ทั้งด้านหน้าและหลังยังคงใช้วัสดุเป็นกระจกที่มีความมันเงาทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย พื้นผิวมีความแอบลื่นหน่อยๆ เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง S8 และ Note 8 คือ ถ้าใครไม่ชอบให้เครื่องเป็นรอยนิ้วมือก็อาจจะต้องหาเคสเท่ๆ สักอันมาใส่เพื่อกันรอยนิ้วมือและกันลื่นอีกที

และส่วนสุดท้ายด้านล่างตัวเครื่องก็จะเป็นพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ อาทิ ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิล พอร์ต USB Type-C และไมโครโฟนอีก 1 ตัว  รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE Cat.11,WiFi 2.4/5GHz , Bluetooth 5.0, ANT+, NFC, GPS และรองรับระบบป้องกันความปลอดภัยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง และในส่วนของฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังรองรับการใช้งาน ทั้ง bixby , samsung pay และ Gear VR อีกด้วย เรียกได้ว่าซื้อเครื่องเดียวคุณสมบัติครบครันเลยจริงๆ

กล้องหน้าคู่ และโหมด Live Focus

ในส่วนของกล้องหน้าคู่ที่เป็นดาวเด่นในรุ่นนี้ก็มาพร้อมความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.9 รองรับฟีเจอร์ Live Focus จากที่ลองใช้งานมาต้องขอบอกเลยว่ารุ่นนี้สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ดีมากๆ เนียนแบบไรผมยังอยู่ครบไม่โดนเบลอรวมไปกับฉากหลังเหมือนการใช้ซอฟแวร์เบลอใน J7+ และที่สำคัญถ่ายเซลฟี่สวยกริบทุกองศาเลยจ้าาา

นอกจากจะถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้ดีแล้ว ก็ยังสามารถใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ได้อีก เช่น เลือกถ่าย Selfie มุมแคบ หรือ ถ่ายเซลฟี่มุมกว้าง ด้วยกล้องหน้า 16 +8 MP จากเลนส์มุมกว้าง 76° เพื่อโฟกัสใบหน้าให้เซลฟี่ออกมา สว่างสวย คมชัด และเลนส์มุมกว้าง 85° เพื่อการเก็บภาพในมุมที่กว้างขึ้น เพื่อการเก็บรายละเอียดด้านหลังที่ครบถ้วน  เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบการถ่ายเซลฟี่แบบเดี่ยวและแบบหมู่ที่อยากได้ลูกเล่นภาพหน้าชัดหลังเบลอก็ไม่ต้องจ้างตากล้องให้เสียเวลา แค่มีตัวนี้ตัวเดียว จบ!

และในส่วนของกล้องหลังรุ่นนี้ก็มาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.7 พร้อมระบบกันสั่นวิดีโอ (vDis) ถ่ายสวยทุกช็อต คมชัดทุกจุด แม้ถ่ายในที่แสงน้อยก็ได้ภาพสว่างและชัดเจน

ภาพตัวอย่างกล้องหน้า

ภาพตัวอย่างกล้องหลัง

รองรับการใช้งาน 2 ซิม หรือจะเพิ่มหน่วยความจำก็ทำได้

รุ่นนี้ใช้ซิมเป็น นาโนซิม ซึ่งถาดซิมที่เห็นจะเป็น Hybrid Slot เช่นเดิม คือสามารถใส่เป็น 1 ซิม 1 SD Card หรือใส่เป็นซิม 2 ซิมก็ทำได้เพราะมีช่องใส่ซิมอยู่ที่ด้านข้างอีกหนึ่งอัน แถมรุ่นนี้ยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 256 GB เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเก็บข้อมูลได้เยอะมากเว่อ

 รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

ในรุ่นนี้ก็กันน้ำกันฝุ่นที่มาตรฐาน IP68 คือ สามารถกันน้ำได้ลึกสูงสุด 1.5 เมตร นานสุด 30 นาที ในอุณหภูมิ 15-35 องศาเซลเซีย และไม่สามารถลงในน้ำที่มีความดัน หรือ น้ำที่ไหลแรง เช่น น้ำจากก๊อกน้ำ คลื่นน้ำทะเล หรือ น้ำตกได้นะจ้ะ

ประมวลผลเร็วแรงไม่มีสะดุด

สำหรับสเปคภายในของทั้งสองรุ่นนี้ รันบน ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat พร้อมอัพเดต Oreo ภายหลัง ใช้ชิปการประมวลผล Samsung Exynos 7885 Octa-core (2x 2.2GHz, 6x 1.6GHz) ตัวเดียวกัน จะแตกต่างกันที่แรม คือ A8 จะใช้เป็นแรม 4 GB หน่วยความจำ 32 GB และ A8+ จะใช้เป็นแรม 6 GB หน่วยความจำ 64 GB ใช้งานลื่นไหลไม่มีสะดุด จะเล่น ROV  ดูหนัง ดูละครก็ไม่มีกระตุก ติดขัดให้เสียอารมณ์ ส่วนแบตเตอรี่ในการใช้งานของทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมขนาด ขนาด 3,000 และ 3,500 มิลลิแอมป์ ซึ่งรองรับระบบ Fast Charge ทั้งคู่อีกด้วย

ราคาและวันวางจำหน่าย

ในส่วนของสีรุ่นนี้จะมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ  gold / black / orchid gray  เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 12 มกราคม 2018 นี้ ราคาเปิดตัวที่ A8 อยู่ที่ 15,990 บาท และ A8+ อยู่ที่ 18,990 บาท  นอกจากนี้ก็ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ!! นำเครื่องเก่ามาแลกรับส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท เพื่อซื้อ A8 ในราคาเพียง 8,990 บาท** หรือจะนำเครื่องรุ่นอื่นมาใช้สิทธิก็ได้ โดยสามารถเข้าตรวจสอบรายละเอียดได้ที่นี่ >> ตรวจสอบรายละเอียด <<  ได้ถึงวันที่ 31 มกราคมนี้ค่ะ

(**ประเมินมูลค่าจากการนำเครื่องเก่ารุ่น Samsung Galaxy A9pro มาแลกรับส่วนลดซื้อเครื่องใหม่ ภายในเงื่อนไขที่กำหนด**)

สรุปสเปค A8 (2018)

  • ขนาด 149.2 x 70.6 x 8.4 มิลลิเมตร หนัก 172 กรัม
  • จอ Super AMOLED ขนาด 5.6 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) Infinity Display อัตราส่วน 18.5:9
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat พร้อมอัพเดต Oreo ภายหลัง
  • ชิพประมวลผล Samsung Exynos 7885 Octa-core (2x 2.2GHz, 6x 1.6GHz)
  • แรม 4GB หน่วยความจำภายใน 32/64GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.7 พร้อมระบบกันสั่นวิดีโอ (vDis)
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล f/1.9 รองรับฟีเจอร์ Live Focus
  • รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
  • รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE Cat.11,WiFi 2.4/5GHz , Bluetooth 5.0, ANT+, NFC, GPS
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • รองรับระบบ MST สำหรับ Samsung Pay และ Gear VR
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบ Fast Charge

สรุปสเปค A8+ (2018)

  • ขนาด 159.9 x 75.7 x 8.3 มิลลิเมตร หนัก 191 กรัม
  • จอ Super AMOLED ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2220 x 1080 พิกเซล) Infinity Display อัตราส่วน 18.5:9
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat พร้อมอัพเดต Oreo ภายหลัง
  • ชิพประมวลผล Samsung Exynos 7885 Octa-core (2x 2.2GHz, 6x 1.6GHz)
  • แรม 4/6GB หน่วยความจำภายใน 32/64GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/1.7 พร้อมระบบกันสั่นวิดีโอ (vDis)
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล f/1.9 รองรับฟีเจอร์ Live Focus
  • รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
  • รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE Cat.11,WiFi 2.4/5GHz , Bluetooth 5.0, ANT+, NFC, GPS
  • พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • รองรับระบบ MST สำหรับ Samsung Pay และ Gear VR
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,500 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบ Fast Charge

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *